ชีวิตจะเปลี่ยนไป ด้วยบริการ “Location-based” แบบใหม่ ชื่อ “FourSquare”

โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ มักจะมาพร้อมกับความสามารถด้านการบอกตำแหน่งของผู้ใช้ (Location service) โดยการใช้พิกัด จากระบบ GPS ที่มีอยู่ในตัวเครื่องมือถือเอง หรือ ใช้ระบบ “Cell Identification” ที่มีการใช้พิกัดของ “Cellsite” ของเครือข่ายมือถือ มาช่วยบอกพิกัด โดยใช้ระยะกึ่งกลางของพิกัด “Cellsite” 3 ตัว เป็นค่าพิกัดที่ได้

บริการ “Location-based” ไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่ เพราะมีการใช้งานมานานในเชิงธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับ “Logistic” ไม่ว่าจะเป็น Vehicle Tracking หรือการติดตามพาหนะในการขนส่ง Flight Tracking หรือการติดตามการบิน โดยการทราบพิกัด จะมีผลในแง่ของการวางแผนเส้นทางการเดินทางของพาหนะ ว่าควรเดินทางเส้นทางไหนที่จะไปถึงเป้าหมายรวดเร็วที่สุด หรือ ระยะทางที่สั้นที่สุด และมีผลในแง่ของการประหยัดพลังงานที่พาหนะนั้นใช้

ในปัจจุบัน แอพลิเคชั่น ที่เกี่ยวกับการใช้งานด้านตำแหน่ง ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นมากเรื่อยๆ จากกระแสความนิยมในเรื่องของการใช้แผนที่และการนำทาง โดยอุปกรณ์ที่เรียกว่า “GPS Navigator” ต่างๆ ที่เริ่มติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รวมไปถึง การใส่อุปกรณ์ “GPS” ลงในโทรศัพท์มือถือ “Smart Phone” ต่างๆ เพื่อนำเสนอขายให้กับผู้ใช้ ในแง่ของการเป็นมือถือนำทาง สร้างทางเลือกที่คุ้มค่า มากกว่าจะเป็น อุปกรณ์นำทางอย่างเดียว

จำนวนโทรศัพท์มือถือ ที่มี “GPS” เริ่มมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็น “Market Segment” ที่เติบโตสูงและได้รับความสนใจจากผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของโลก

จากข้อมูลวิจัยของ “Berg Insight” บริษัทวิจัยด้านโทรคมนาคม บอกไว้ว่า ในปี 2008 มีโทรศัพท์มือถือที่มี “GPS” ในตัว อยู่ 80 รุ่น และเพิ่มเป็น 180 รุ่น ในปี 2009 และยอดขายของมือถือ “GPS” ในปี 2008 อยู่ที่ 78 ล้านเครื่อง และเพิ่มเป็น 150 ล้านเครื่อง ในปี 2009 หรือ เติบโตกว่า 92% เลยทีเดียว

มีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2014 ยอดขายมือถือ “GPS” จะมีจำนวน 60% ของโทรศัพท์มือถือที่ขายได้ทั้งหมด เลยทีเดียว

นอกจาก การนำมือถือติด “GPS” มาใช้ ในแง่ของการนำทางและแผนที่แล้ว แอพลิเคชั่นในปัจจุบัน ยังนำ “Location” มาผสมผสานกับบริการ “Social Networking” ซึ่งเป็นบริการยอดฮิตอันดับหนึ่งของชาวเน็ตทั่วโลก

“FourSquare” เป็นบริการ “Location-based Social Networking” ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เป็นการนำความสามารถด้านการบอกพิกัดตำแหน่ง ของ “GPS” ในมือถือ มาใช้ประกอบกิจกรรมใน “Social Networking” ได้เป็นอย่างดี

ใน “FourSquare” ผู้ใช้ จะต้องทำการ “Check-in” ตามสถานที่ต่างๆ ที่แวะไป ด้วย แอพ “FourSquare” บนมือถือ ซึ่งระบบ จะตอบแทนผู้ใช้ด้วยคะแนนและ “ป้ายประดับยศ” (Badge) เมื่อผู้ใช้ ทำการ “Check-in” สถานที่ใดบ่อยๆ และมีคะแนนมากกว่าผู้ใช้คนอื่น ที่ “Check-in” สถานที่นั้นเช่นกัน ก็จะได้รับ “Mayor Badge” ซึ่งเปรียบเสมือนเป็น “ผู้ว่า” ประจำสถานที่นั้น

clip_image002

(หน้าตาของ “FourSquare”)

เมื่อใดก็ตามที่ “Check-in” ผู้ใช้สามารถบอกเพื่อนๆของตัวเองได้ โดยการเชื่อมต่อ “FourSquare” เข้ากับทั้ง “Facebook” และ “Twitter” ซึ่งจะช่วยบอกเพื่อนใน “Facebook” ผู้ติดตามเราใน “Twitter” หรือแม้แต่ผู้เล่น “FourSquare” เอง ให้รู้ว่าเราอยู่ที่ไหน ในขณะเดียวกัน เราก็รู้ได้ว่า กลุ่มเพื่อนของเรา อยู่ที่ไหน หรือไปที่ไหนมาบ้างในแต่ละวัน

แม้แต่ในสถานที่เดียวกัน เราก็รู้ได้ทันที ว่า ณ เวลานั้น มีเพื่อนหรือคนรู้จักของเราคนไหนอยู่ตรงนั้นบ้าง หรือเมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว ใครมาอยู่ที่นี่ ก่อนที่เราจะมาถึง ระบบของ “FourSquare” ก็เก็บบันทึกไว้

สิ่งที่น่าสนใจ คือ ผู้ใช้ สามารถสร้าง “To Do” สำหรับสถานที่นั้นๆได้ เช่น เมื่อเราอยู่ที่ Super Market เราก็เลือกดู “To Do” รายการอาหารที่เราต้องซื้อ เป็นเหมือนการเตือนความจำ สิ่งที่ต้องทำ เมื่อไปยังสถานที่ต่างๆ หรือแม้แต่การแชร์สิ่งที่เราได้เคยทำ เช่น เมื่อ “Check-in” ที่โรงภาพยนต์ เราซื้อเครื่องดื่มรสอะไร ซื้อป๊อปคอร์นรสอะไร ไป ซึ่งผู้ใช้ “FourSquare” คนอื่น ก็จะเห็นสิ่งที่เราทำ เมื่ออยู่ที่โรงภาพยนต์

หรือแม้แต่ถ้าเรา “Check-in” ในร้านอาหารที่เคยมีผู้เล่น “FourSquare” แวะมาชิม เราสามารถดูได้ว่า มีเมนูเด็ดอะไร ที่คนอื่นแนะนำไว้บ้าง เพราะ “FourSquare” อนุญาตให้ผู้ใช้เพิ่ม “Tips” ใส่เข้าไปยังสถานที่นั้นๆ ไม่ว่า เราจะไปสถานที่ใด เมื่อทำการ “Check-in” ก็จะมี “Tips” ของผู้ใช้ที่เพิ่มเข้ามา แสดงให้เราเห็นเสมอ ตัวอย่างที่ใช้กันเยอะๆ คือ การบอกเส้นทางไปยังร้านขายของ บอกโปรโมชั่นสินค้าที่น่าสนใจ เบอร์โทรร้าน เมื่อมีการ “Check-in” ที่สถานีรถไฟฟ้า หรือ ห้างสรรพสินค้า

ระบบของ “FourSquare” จะให้คะแนนสำหรับผู้ที่ “Check-in” บ่อยๆ และสำหรับผู้ที่คอยสร้าง “Venue” หรือจุดที่ตั้งของสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ผู้อื่น “Check-in” และระบบก็ยังมี “Badge” นับร้อย วิธีการที่จะได้ “Badge” นั้นมา ต้องทำกิจกรรมหลายอย่างที่แตกต่างออกไป

เช่น ถ้าเรา “Check-in” ที่ “Venue” ที่แตกต่างกัน 10 สถานที่ ก็จะได้ “Adventurer Badge” ถ้ายิ่งกว่านั้น คือ “Check-in” ที่สถานที่ไม่ซ้ำกัน 25 ที่ ก็จะได้ “Explorer Badge” หรือ ถ้า “Check-in” ร้านพิซซ่า ครบ 10 แห่ง ก็จะได้ “PIZZAIOLO Badge”

clip_image004clip_image006

(ตัวอย่าง “Badge” ใน “FourSquare”)

ตัว “Badge” นี่เอง ที่เป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรมของ “FourSquare” เพราะเป็นการกระตุ้นให้ผู้ใช้ทำกิจกรรมต่างๆ เวลาเดินทางไป ณ สถานที่นั้นๆ

และได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการทำการตลาด ในรูปแบบ “Location-based” ที่เริ่มมีบทบาทสำคัญในการตลาดยุคปัจจุบัน

ตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟชื่อดังอย่าง “Starbucks” ในสหรัฐฯ มีการมอบส่วนลด ให้กับผู้ใช้ “FourSquare” ที่เป็น “Mayor” ประจำสาขา (มีจำนวน “Check-in” มากที่สุด) โดยจะได้ส่วนลดค่ากาแฟ $1 สำหรับกาแฟ “Frappuccino” ทุกขนาด ทำให้ลูกค้าของ “Starbucks” สาขานั้น ต้องขยันมา “Check-in” ที่ร้านมากขึ้น เพื่อจะได้ส่วนลด จากการเป็น “Mayor” นั้นเอง

clip_image008

(“Starbucks” มอบส่วนลดพิเศษให้กับ “Mayor” ประจำสาขา)

“Starbucks” ยังร่วมมือกับ “FourSquare” ในการสร้าง “Badge” พิเศษ ให้กับลูกค้า ที่เป็น “Check-in” ที่ร้าน “Starbucks” 5 สาขา โดย จะได้ “Balista Badge”เป็นการตอบแทน

clip_image010

เราคงจะได้เริ่มเห็นกิจกรรมการตลาดต่างๆ ที่แบรนด์สินค้า ทำกับ “FourSquare” เพิ่มมากขึ้น ทั้งในแง่มุมของ การทำโปรโมชั่นต่างๆ การทำ “CRM”กับลูกค้า การสื่อสารการตลาด และการสร้างแบรนด์

ท่านผู้อ่าน คงจะพอเห็นภาพว่า บริการ“Location-based”จะเข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเราได้อย่างไร และผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ สามารถใช้หลักการตลาดประยุกต์เข้ากับบริการประเภทนี้ได้อย่างไร

worawisut

ผู้ร่วมก่อตั้ง EGGidea Business Incubator (EGGidea.com) คอลัมนิสต์ด้านการตลาด นสพ.กรุงเทพธุรกิจ นิตยสาร GM Biz ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์การตลาดและธุรกิจดิจิตัล

You may also like...

Facebook comments: